กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่

2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น"
<-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป

3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง
เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ รวมถึงหมวดหมู่ Admission
เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag
ต่อ


Tag เรียน รัฐศาสตร์ IR อย่างคนมีกึ๋น ??


ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

รัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แถวสามย่านเน้อ
( เรียนจบแล้วกำลังจะเรียนต่อโทสาขาเดียวกัน ขอทำ Tag ด้วยคน )

.

สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

สิ่งที่เราจะเขียนต่อไปนี้อาจจะแอบล้าหลังไปบ้าง
เพราะได้ข่าวจากรุ่นน้องว่าเขาเปลี่ยนหลักสูตรอ่ะกร๊าก
แต่มันก็ต้องมีอะไรที่คล้ายๆกันบ้างล่ะน่า!


รัฐศาสตร์ IR ย่อมาจาก International Relations หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
( ที่หลายคนชอบล้อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ฮ่วย! บ่ใช่น้ออออ )

สองปีแรกจะเป็นการเรียนรวมในวิชาพื้นฐานของรัฐศาสตร์
ทั้งในด้านของแนวคิดทางรัฐศาสตร์ วิธีทำการวิจัยหรือเขียนรายงานทางสังคมศาสตร์
ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
อะไรแบบนี้เป็นต้น

แต่!!! มันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เรายังต้องเผชิญชะตากรรมกับวิชาของคณะอื่นๆ
ที่เป็นวิชาบังคับของคณะเราไปด้วย เช่น

เศรษฐศาสตร์
แม๊ มีหลายตัวจริงวุ้ย ! ตั้งแต่เศรษฐศาสตร์จุลภาค มหภาค แถมท้ายด้วย
เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศกับเศรษฐศาสตร์การเมืองอีก
เด็กศิลป์-ภาษา (เช่นเรา) เปิดหนังสือมาเห็นกราฟเส้นตัดกันไปมาราวกับทางด่วนแล้ว
อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอูรดูเลยทีเดียว แต่เป็นวิชาที่สำคัญอย่างแรง
เพราะมันทำให้เราเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้มากขึ้น ช่วยในการวิเคราะห์
เวลาเรียนวิชาอื่นๆได้จ้า


กฎหมาย
ทั้งกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ
แม้ว่าวิชาจะเขียนว่า intro to law แต่มันไม่ค่อยจะ intro เท่าไหร่เลย
การเรียนวิชานี้ต้องอาศัยความขยันเป็นนิจ ค่อยๆอ่านและจำไปเรื่อยๆ
หากไม่ทำเยี่ยงนี้มีอันดับแดดิ้นตอนช่วงสอบเพราะจะอ่านไม่ทัน

ภาษาต่างประเทศ
ในภาควิชา IR เรายังสามารถเลือกลงวิชาภาษาต่างประเทศได้อีก 1 ภาษาอีกด้วย
( แต่ต้องเรียนต่อกัน 3 ตัวนะ ) อันนี้บางทีก็ต้องวิ่งเรื่องเอาเอง
โดยการเอาตารางสอนของตัวเองไปให้อาจารยผู้สอนเขาจัดเวลาให้
บางทีการลงเรียนภาษาก็ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันจะมาชนกับเวลาเรียนในคณะของเรา
แถมบางทีก็ไปทำให้เด็กอักษรต้องเลื่อนเวลาเพื่อให้เราเรียนได้ด้วยเหมือนกัน
( เพราะฉะนั้นเวลาไปเรียนควรทำตัวเป็นนิสิตที่ดี เข้าเรียนตรงเวลา และตั้งใจเรียน
เกรงใจเด็กอักษรเขาหน่อยหนอ เขาอุตส่าห์ลำบากต้องเลื่อนเวลาเรียนให้เราลงได้เนี่ย )

แต่ถ้าใครไม่ชอบภาษาก็ไม่ต้องเรียน ไปเรียนเป็นวิชาในคณะเพิ่มเอาได้เน้อ

ส่วนในปี 3 กับ 4 แต่ละภาควิชาจะแยกออกมาเรียนเอกของตัวเองกันแล้ว
วิชาที่เราจะต้องเจอก็ได้แก่

นโยบายของประเทศต่างๆ
มีให้เลือกสรรกันอย่างสนุกสนาน ตั้งแต่ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง ฯลฯ
เนื้อหาก็จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศหรือภูมิภาคนั้นๆ เราจะได้เห็นถึงนโยบายที่
แต่ละประเทศใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในหรือระหว่างประเทศ

ทฤษฎีและแนวคิดด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ในวิชานี้เราก็จะเห็นลุงเพลโต โสคราตีส อริสโตเติล โกรเทียส อไควนัส
ออกมาเพ่นพ่านตามหาความจริงแท้บนโลกบนสวรรค์อะไรกันเต็มไปหมด
ลุงโทมัส ฮอบส์อาจจะบอกว่าชีวิตบนโลกช่างโดดเดี่ยว โหดร้าย ป่าเถื่อน รับไม่ด๊าย
ในขณะที่ลุงอิมมานูเอล คานท์ก็เห็นว่าสันติภาพชั่วนิรันดร์มันเกิดขึ้นได้นะตะเอ๊ง
เรียนวิชานี้สนุกดีตรงที่เราจะได้เห็นพัฒนาการทางด้านแนวคิดที่เปลี่ยนแปลง
และเติบโตไปเรื่อยๆ คนนึงคิดแบบนึง อีกคนก็ออกมาแย้ง
เหมือนเพลงลูกทุ่ง มีคนร้องก็มีคนร้องแก้ แหม๊!! สนุกกันใหญ่นะคะคุณขา!

นโยบายประเทศมหาอำนาจ
อันนี้ที่เราได้เรียนจะเน้นเกี่ยวกับประเทศอเมริกาเป็นส่วนใหญ่
เป็นการนำแนวคิดหรือทฤษฎีที่มีมาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
เช่น ช่วงสงครามเย็น สงครามโลกครั้งที่ 2 อะไรแบบนี้เป็นต้น

วิชาการอ่านวรรณกรรมและงานเขียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
( ขอโทษค่ะที่จำไม่ได้ว่าชื่อไทยจริงๆเรียกว่าอะไร แต่ประมาณนี้อ่ะ )
วิชานี้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ คนสอนเป็นอาจารย์คนไทยในคณะเรานี่แหละ
แต่อาจารย์จะพูดภาษาอังกฤษ แล้วก็ในแต่ละอาทิตย์ อาจารย์ก็จะแจกเอกสารเป็นบทความ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้นักเรียนไปอ่านกันแล้วกลับมาถกประเด็นกันในห้องอีกที
เนื้อหามีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์
ปัญหาเศรษฐกิจ ประเด็นด้านเพศภาวะ (gender) สิทธิมนุษยชน อะไรแบบนี้เป็นต้น
วิชานี้เป็นวิชาที่ไม่มีสอบแต่ต้องทำรายงานส่งเป็นภาษาอังกฤษเน้อ

อันนี้เป็นตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้น แล้วก็ตอนท้ายในปี 4
ทุกคนจะต้องลงวิชาสัมมนา ซึ่งเป็นเหมือนวิชาต่อยอดจากวิชาที่เราเรียนมา
เช่นสมมติ เรียนนโยบายญี่ปุ่นแล้วมันจี๊ดใจ ก็ไปลงสัมมนาญี่ปุ่นต่อ อะไรแบบนี้เป็นต้น
วิชานี้มักไม่มีสอบแต่เป็นการทำรายงานส่งแทน

.

สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

โอว เป็นคำถามที่ปวดใจ เพราะจะว่าหางานง่ายก็ง่าย จะยากก็ยาก
ถ้าอยากจะทำงานที่ตรงสายจริงๆ เป๊งๆ ก็กระทรวงการต่างประเทศ
หรือทำงานตามสถานทูตหรือองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ
แต่สองอันหลังอาจจะหางานได้ยากหน่อย เพราะรับคนน้อย
ส่วนองค์กรระหว่างประเทศที่หลายคนอยากทำ เช่น UN
จะชอบรับคุณสมบัติแบบ " มีประสบการณ์ในด้านสิทธิมนุษยชน 5 ปี "
เด็กจบใหม่ก็หงายหลังไปตามๆกันพร้อมกับบ่นอุบอิบในใจ
" ตูจะไปเอามาจากไหนฟะตั้งห้าปี.... "

ส่วนที่ว่าจะหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆนะ ถ้าไม่คิดจะทำให้ตรงสาย
เพราะสิ่งที่สำคัญมากๆ ซึ่งจะได้จากการเรียนรัฐศาสตร์คือ
รัฐศาสตร์สอนให้เรารู้จักคิด เรียบเรียง วิเคราะห์ข้อมูล
ทำให้เรามองโลกได้กว้างมากขึ้น และคิดอะไรจากหลายๆมุมมองมากขึ้น
เพราะฉะนั้นเราสามารถนำทักษะที่ได้ในจุดนี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านไหนก็ได้
ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่แค่ทางด้านรัฐศาสตร์เท่านั้น

หรือท้ายที่สุดแล้วพบว่าหลงรักรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบถอนตัวไม่ขึ้น
หนูไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นที่อยู่นอกจากสาขานี้ได้อีกแล้ว แอร๋ย!!!!
ก็แนะนำให้ไปเรียนต่อแล้วกลับมาเป็นนักวิชาการหรือเป็นอาจารย์
จะได้ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติจ้ะ

.
บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

อ่านหนังสือให้มากเข้าไว้ เพราะนอกจากจะทำให้เข้าใจวิชาที่เรียนมากขึ้นแล้ว
ยังทำให้เราสามารถวิเคราะห์อะไรได้หลากหลายขึ้น มีวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น
และไม่ตัดสินอะไรจากมุมมองด้านเดียว

.

อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

อย่าเข้าคณะนี้แค่เพราะคะแนนถึง

หลายคนมีรัฐศาสตร์ IR อยู่ในใจแค่เพราะคิดว่า แหมสาขานี้ไฮโซ เท่
เรียนตามกระแส เรียนตามเพื่อน อะไรก็ว่าไป
แต่ถ้าไม่ได้ชอบจริงๆ อย่าเลือกเลย ไม่ใช่เพราะจะไปเบียดที่คนที่เขาอยากเรียนหรอกนะ
แต่ว่าเข้ามาเรียนแล้วเดี๋ยวจะไม่มีความสุขเองน่ะสิ เพราะว่ามันไม่ได้ไฮโซอย่างที่หลายคนคิดฮ่ะ
คณะนี้ทำรายงานกันเยี่ยงทาสเลยทีเดียว ปิดเทอมช่วงตุลาก็ไม่มีกับคณะอื่นๆ เขา
เพราะว่าต้องทำรายงานทั้งเดี่ยวทั้งกลุ่ม ปิดเทอมทีมีรายงาน 5 ตัว อะไรแบบนี้
ส่งปั๊บเปิดเทอมพอดี ฮ่วย! ส่วนปิดเทอมใหญช่วงเดือนมีนา - เมษาก็เป็นช่วงทำรายงานอีก
(ไม่สามารถไปหัวใจว้าวุ่นอะไรได้หรอกเค่อะ!) โอ๊ย เห็นคนอื่นเขาไปเที่ยวกันแล้วอิจฉาที่ซู้ดดด

นอกจากนั้นเข้าคณะนี้แล้วต้องอ่านหนังสือเยอะมากกกกก ( ทำปากกว้างๆเวลาพูดคำว่ามากด้วย )
แถมเอกสารที่ใช้เรียนกับใช้อ้างอิงเวลาทำรายงาน มันเป็นภาษาอังกฤษซะ 97%
( เอกสารการเรียนที่เป็นภาษาไทยจะเป็นอาจารย์แปล เรียบเรียงหรือเขียนขึ้นมาเอง มันเลยเป็นภาษาไทย )
แถมบางทีก็ต้องทำรายงานเป็นภาษาอังกฤษอีกตะหาก
( อันนี้นอกเรื่องนิดว่าใครอ่อนภาษาอังกฤษแต่อยากเข้าเอกนี้
คงต้องฟิตภาษาอังกฤษเยอะๆ ด้วยเหตุผลที่บอกไว้ )

แล้วก็เรียนคณะนี้เรียนๆ เล่นๆ ไม่ได้ เพราะว่าเพื่อนร่วมชั้นแต่ละคนโคตรขยัน
จะผลักดันให้เราต้องขยันตามไปด้วยนั่นเอง
ข้อสอบก็เป็นข้อเขียนทั้งนั้น โจทย์บรรทัดเดียว เขียนตอบสิบหน้าอะไรแบบนี้
( บางวิชาจะให้ฟีลว่า จงเขียนทุกอย่างที่ข้าจักได้สอนเจ้าไปในเทอมนี้
พร้อมวิเคราะห์มาด้วย แต่โจทย์อาจารย์แกไม่ได้เขียนออกมาโจ้งๆแบบนี้หรอกนะ )

 

สุดท้ายนี้ ขอฝากให้คนที่อยากเรียนคณะนี้ตั้งใจเรียนมากๆ
เรียนจบแล้วจะได้นำความรู้ที่ได้มาทำประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง
ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่เราเชื่อ อย่าหลงกับตำแหน่ง ลาภ (ลาบหลงได้ไม่ว่ากัน อร่อย) ยศ
โลกใบนี้ไม่ได้มีแต่เรา ครอบครัว หรือคนที่เรารักแค่นั้น
แต่มีคนอีกมากมายในสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือ
อย่าใช้ความรู้ที่ได้มาหาประโยชน์ให้ตัวเองเพียงฝ่ายเดียว
เพราะความสุขที่ได้จะเป็นเพียงแค่ความสุขจอมปลอมเท่านั้น
ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การทำให้คนรอบข้างและคนอื่นๆในสังคมมีความสุขด้วยฮ่ะ

ชะเอิ่งเอยยยยย

.

พบกัน entry หน้าฮ้า~


Tag ต่อให้คนที่ยังไม่ได้ทำเน้อ ~

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รักแทคนี้จัง มันทำให้เราได้รู้ว่าคนอื่นๆในโลกกำลังเรียนอะไรอยู่ อ่านเอนทรี่นี้แล้วอยากจะกลับไปแก้แทคไร้สาระของตัวเองซะจริง-*-

แต่เอาเข้าจริงๆนะ พออ่านจบแล้วเราก็ยังคิดอยู่ว่าคณะนี้มันช่างไฮโซวววว

ปล.คำอธิบายบล็อกมีความหมายเยี่ยงใดฤาาาาาา????

#1 By The Flaneur on 2008-10-02 03:36

ตอบคุณ Nadnadar
คำอธิบายบล็อกของเราไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงค่า
แหะๆ เิขินจัง เราแปลได้แต่ "อั๊บแอ"
อันนั้นเลียนแบบเสียงตุ๊กแกมาอ่ะ cry
มาคุยต่อจากบล็อก
เรื่องสัญลักษณ์ในภาพนี่พอได้เรียนแล้วสนุกแบบคาดไม่ถึง
จำได้ว่าที่คณะมีเพื่อนคนนึงแนะนำตัวตอนปีหนึ่งว่า เลือกเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะ เพราะชอบหนังสือเรื่องรหัสลับดาร์วินซี่big smile แรงบันดาลใจของเราก็มาจากหลายๆแหล่ง หนังสือบ้าง ภาพยนตร์บ้าง ฯลฯ

#3 By The Flaneur on 2008-10-02 04:23

โดนกันถ้วนหน้าเลยแฮะฮับ เอิ๊กๆๆๆ sad smile

#4 By DDP on 2008-10-02 11:24

อืม แต่ละวิชา ยากโคตร sad smile
โอว เป็นแท็กที่มีสาระอย่างแรงกล้ามาก
ขำตรงที่บอกร้องแก้เพลงลูกทุ่ง 5555

#6 By PLARIEX on 2008-10-02 23:52

อ่านแล้วรู้เลยว่า โชคดีมากมายที่ผมไม่ได้มองรัฐศาสตร์ตามกระแส มาตอนนี้ที่ผมเคยเปรยว่าอยากเรียนต่อทางพวกรัฐศาสตร์คงไม่เอาแล้วล่ะ ผมไม่ได้ชอบวิชาเหล่านั้นสักวิชาเลย

ชอบคำว่า อย่าเลือกเพราะคะแนนถึง มันฟังแล้วดูแอบๆตบกบาลพวกเห่อไฮโซดีจริงๆ

มีความรู้สึกว่า บรรยากาศการเรียนในคณะจะแตกต่างกันบ้างตามสังคมมหาลัยนั้นๆ เพราะผมไม่ค่อยจะเห็นรัฐศาสตร์ ir มธ. มันวิ่งพล่านกันตอนปิดเทอมเลย sad smile (รู้สึกจะสบายกว่าวรรณ eng ด้วย แต่เขาอ่านตำราภาษาอังกฤษยากๆเยอะมากจริงๆ)

#7 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-10-04 00:07

มาอ่านแล้วรู้สึกหนัก และ เหนื่อย พอกัน sad smile
รายงาน(แม่ม) ทุกตัว พรีเซ้น(แม่ม)ทุกอาทิตย์
โดนจิกอัดยับ(แม่ม)ทุกครั้ง

ตอนทำวิจัยนโยบายอียู แทบอ้วกออกมาเป็นรากเหง้ายุโรป


ส่วนเศรษฐศาสตร์......เอิ่ม......เราก็ศิลป์ภาษาอ่ะ ... ยากครอด....พอกราฟมาจะกระโดดตึกตายเลยทีเดียว

ส่วนพวกทฤษฎี มีแอบด่าคนคิดเล่นๆว่า มันว่างนักรึไงเนี่ย ๕๕๕๕


ปล. มีเพื่อนอยู่ IR สามย่านเหมือนกัน (๕๕๕)
ปล2. ห้าสิงห์รอบที่แล้ว IR สามย่านที่มาไม่ค่อยเป็นมิตรเลยอ่ะ angry smile
ปล3. แวะมาเยี่ยมคนเรียนสาขาเดียวกันบ้าง open-mounthed smile

#8 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-04 19:54

อยากให้หนังสือมีเป็นภาษาไทยบ้าง angry smile
บางทีอ่านแล้วไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังไง ... อ่านเข้าใจ แต่แปลเป็นไทยไม่ได้



เฮ่อ.....

#9 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-05 00:22

เหอๆ ชอบ Tag นี้นะค่ะ จะได้ไปเป็นประโยชน์ไปบอกต่อน้องๆที่อยากจะเข้าคณะที่เราเรียน (เพื่อเตรียมตัวรับวิบากกรรม เฮื๊อก !!! )

พอลองมาอ่านถึงได้รู้ว่า

ไม่ว่าจะเรียนคณะอะไรมันก้อลำบากแตกต่างกันนั่นแหล่ะเน้อ (เราเรียนออกแบบค่ะ)

เดี๋ยวจะลองทำ tag อันนี้ดูมั่งดีมั้ยน้า
big smile

#10 By vannessy_wu on 2008-10-06 00:19

พี่คะ... หนูอยากทราบว่าเรียนไออาร์เนี่ย
จะมีวิชาที่ได้เรียนเกี่ยวกับพวก literature ไหมคะ?

บังเอิญว่ามีความสนใจอยากเรียนคณะนี้มาก
ตั้งแต่ประมาณม.สอง (ตอนนั้นที่เริ่มจับทางตัวเองน่ะ)
แล้วก็ลองสอบถามรุ่นพี่ที่เรียนๆ กันมา
บวกกับหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตแต่ก็ไม่ชัดเจนนัก

เห็นพี่เขียนไว้ในวิชาบังคับน่ะค่ะว่ามีวรรณกรรม
เลยอยากทราบว่ามันจะเป็นแค่วรรณกรรมที่มีเนื้อหา
เกี่ยวข้องกับด้านความคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างนี้ใช่ไหมคะ?
เป็นวรรณกรรมที่คัดมาแล้วว่ามีเนื้อหาตรงกับสาขาวิชาที่เรียน อย่างนี้หรือเปล่า?

แล้วการเรียน literature โดยเฉพาะพวกวรรณคดีตะวันตกเนี่ย... คณะนี้สามารถจะเลือกเรียนได้ไหม? มีเป็นวิชาเลือกให้เรียนหรือเปล่า?


อ้อ... เรื่องสุดท้ายแล้วค่ะ
เป็นคนไม่ค่อยสันทัดภาษาที่สามนัก
(แม้ว่าปัจจุบันจะเรียนอยู่ก็ตาม...)
แต่ภาษาอังกฤษค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ดีน่ะค่ะ
อยากรู้ว่าจะมีผลกระทบอะไรกับการเรียนคณะนี้บ้างไหมคะ?


ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ...
ปีนี้เปลี่ยนวิธีการเข้ามหาวิทยาลัยใหม่...
ซึ่งเป็นปีของหนูพอดี (หนูอยู่ม.ห้า)
ทำให้รู้สึกว่าการเตรียมตัวไม่ดูจะสับสน
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเหมือนกัน
เพราะต้นปีหน้าเค้าก็เริ่มสอบกันแล้ว
ยังไม่มีเวลาศึกษาคณะที่ตัวเองสนใจเท่าที่ควรเลย

ยังไงพี่จะรังเกียจไหมคะหากจะขอเมล์
เพื่อจะได้ส่งข้อความสอบถามในหลายๆ เรื่อง
เกี่ยวกับคณะนี้ ยังไงช่วยตอบด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ


ไอ,, พระเกี้ยวน้อย...

#11 By =ShiN-@h= on 2008-10-06 06:25

น้องไอ พี่ไปตอบไว้ในบล็อกแล้วนะคะ confused smile