0 4 6 : H u a H i n T r i p 2 0 0 8 [ 3 ]
posted on 09 Jan 2008 23:50 by otherside in Photography
:: Link ที่เกี่ยวข้อง ::
Hua Hin Trip 2008 ตอนที่ 1 - ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
Hua Hin Trip 2008 ตอนที่ 2 - พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จังหวัดเพชรบุรี
เอ๊ะ ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องแล้ว มันยังไม่ถึงหัวหินซะทีนี่หว่า!
หลังจากที่อีวานทัก เราก็เพิ่งเอะใจว่าภาพที่ถ่ายมาน่ะ มีของหัวหินแค่นิดเดียวเองกร๊าก
เป็นทริปที่ไม่ได้ไปเหยียบทะเลด้วย แค่ได้เห็นแว่บๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม entry นี้ยังอยู่กันที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
และที่ต้องยกออกมาแยกเป็นอีก entry แทนที่จะจบๆกันไปได้แล้วเพราะไม่ถึงหัวหินซะที
ก็เป็นเพราะสวิตช์ไฟ ฝาผนัง และรูปขาวดำ ในภาพด้านล่างนี้นั่นเอง 
( อาจจะเห็นว่ามันมีมุมซ้ำๆกันบ้างแต่เลือกไม่ถูกว่าจะเอาอันไหนดี ไหนๆก็ถ่ายมาแล้ว ลงมันให้หมดเลยเฮ~)

.
.
.

..
.

.
.

.
.

.
.
.

.
.

.
.
.

.
.
.
ภาพต่อไปนี้เป็นหัวหินจริงๆแล้ว หลังจากชมพระราชวังกันเสร็จ
กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไปทานกันที่ร้านชื่อสังเวียนโภชนา
(ชื่อน่าจะประมาณนี้นะ) กินกันแบบไม่ลืมหูลืมตา อาหารที่สั่งมาได้แก่ ต้มยำทะเล
ปลาหมึกทอดกระเทียม ปลากะพงทอดน้ำปลา ไข่เจียวหอยแมลงภู่ หอยแมลงภู่อบ
ผัดผักรวมมิตร ส้มตำปูม้า ผัดฉ่าทะเล กุ้งผัดพริกไทยดำ เป็นต้น ( แปลว่ามีมากกว่านี้แต่จำไม่ได้ )
ภาพถ่ายไปไหนน่ะเหรอ ?
.
..
....
แฮ่ๆ มัวแต่กิน ลืมถ่ายรูปอ่ะจ้า
.... กว่าจะรู้สึกตัว ข้างหน้าเราก็มีแต่จานเปล่าๆซะแล้ว...
พอกินกันเสร็จก็เข้าที่พัก ใครจะทำอะไรก็ตามสบาย
พอหกโมงครึ่งก็นัดเจอกันที่ล็อบบี้ เพราะจะไปตลาดหัวหินกันนั่นเอง
พอไปถึงแล้วใครใคร่จะกินอะไรก็ตามสบาย แล้วนัดเจอกันอีกทีตอนสามทุ่ม
.
.
.

ข้าวโพดปิ้ง แนะนำโดยคุณเพื่อน แต่เราว่ารสชาติมัน... เหมือนดอกกะหล่ำ 
ข้าวโพดปิ้งเป็นหนึ่งในอาหาร ล.บ.ด. (ลำบากแดก) นอกจากนั้นยัง ด.ล.ต.ฟ. (แดกแล้วติดฟัน)
ทำให้เราและเพื่อนที่ซื้อข้าวโพดปิ้งกินนั้น ตัดสินใจหาร้านอาหารนั่งทานโดยเลือกเอาว่า
ร้านไหนมีไม้จิ้มฟัน เราจะเข้าไปกินร้านนั้นนั่นเอง
ตอนแรกเดินเข้าร้านขายทาโก้ ไปดูเมนูแล้วพบว่าดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก
(มาทะเลทั้งที กินทาโก้) คุณเพื่อนหันไปเจอไม้จิ้มฟันพอดี เลยทำเนียน (จริงๆมันก็ไม่ค่อยเนียนป่าวฟะ =[]=? )
หยิบไม้จิ้มฟันออกมาสองอัน (เผื่อเราอันนึง) ด้วยความมีน้ำใจ
( คุณ พ. เคอะ ถ้าอ่านอยู่อยากจะขอแสดงความซาบซึ้งในน้ำใจที่หยิบไม้จิ้มฟันเผื่อข้าพเจ้ามา ณ ที่นี้
บุญคุณของเจ้า ข้าจะไม่มีวันลืม ขอให้ชาติหน้าเจ้าไปที่ไหนก็มีไม้จิ้มฟันให้แคะเขี่ยไม่ขาดมือจ้ะ )
หลังจากเข้าไปดมกลิ่นทาโก้ก็เดินวนไปวนมาในตลาดนั่นแหละ เพราะคิดไม่ออกกันซะทีว่าจะกินอะไรดี
แล้วก็มาสะดุดตากับร้านด้านล่างนี้!!!

.
.โอ้แม่เจ้า กุ้งตัวโตๆกระแทกตา ส่วนก้อนๆสีเงินๆตรงเตาปิ้งๆนั่นคือมันฝรั่งห่อกระดาษฟอยล์ละ

.
.
.
แต่ก็แค่สะดุดตาเฉยๆ
/me โดนกระทืบออกจาก Blog ไปอย่างแรง กร๊ากกก
พูดเหมือนได้เข้าไปกินเลยเนอะ แต่เห็นจากขนาดกุ้งแล้ว
คิดว่าต้องไม่อำนวยต่อทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างแน่นอน
(ที่สำคัญคือยังไม่ค่อยหิวกันเลยเพราะสวาปามข้าวกลางวันกันมามหาศาลแล้ว)
ตอนสุดท้ายไปลงเอยกันที่ร้านอาหารตามสั่งร้านนึง
ทำอาหารช้ามาก ราวกับสั่งปุ๊บ พี่แกก็ขึ้นมอไซไปทะเล ออกเรือ หาปลา
จับสัตว์น้ำแล้วค่อยกลับมาทำให้ทุกคนกินเลยทีเดียว
เราสั่งข้าวกุ้งกระเทียมพริกไทยไป กะว่าจะกินกุ้งให้สะใจ
พอมาถึงพบกับน้องกุ้งไซส์ M สามตัวถ้วน นอนเรียงกันอย่างสงบบนข้าวพูนจาน
อาเมน...
ศิริราคาแล้ว 40 บาท คาดว่าจะเป็นค่ากุ้งตัวละ 10 บาท ข้าว 10 บาทนั่นเอง

น้ำจับเลี้ยงเจ้าดัง (เพื่อนบอกมา) เป็นครั้งแรกที่เคยกินน้ำจับเลี้ยง
สำหรับเราแล้วรู้สึกว่ามันรสชาติเหมือนน้ำเฉาก๊วยคาวๆอ่ะ

คุณป้าคุณลุงกะลอจี๊ อร่อยสุดติ่ง เพิ่งทำร้อนๆเลยทีเดียว
ตอนแรกว่าจะซื้อกลับไปกินที่ห้องพักกับทุกๆคน
ต่างคนก็เดินถือไปชิมไปกันอย่างสนุกสนาน
พอเดินออกจากตลาดไปถึงจุดที่นัดเจอกัน
มันก็หมดถุงซะแล้ว แหะๆๆ
ขอแนะนำกะลอจี๊แบบ Original อร่อยเด็ดจ้า
หลังจากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถกลับที่พัก วันต่อมาก็ไปแวะวัดห้วยมงคล
แล้วก็กลับกรุงเทพฯ กันโดยสวัสดิภาพ อ่า นี่มันทัวร์กินนี่หว่า 
สุดท้ายนี้ ใครไปเที่ยวที่ไหนกันมาก็อย่าลืมมารีวิวให้ดูกันบ้างเน้อ *-*
พบกัน Entry หน้า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านจ้า *-*/

#1 By gallantfoal on 2008-01-11 20:37