0 0 3 : S e p t e m b e r

posted on 14 Sep 2006 00:59 by otherside  in Art-Music, Psychology

คุณรู้สึกว่าสิ่งที่จะได้เห็นต่อไปด้านล่างนี้ คุ้นๆหรือเปล่า


ระยะ 1 ก่อนการวางเงื่อนไข

เพลงดิสโก้ ------------------> เต้นดิสโก้
( UCS )( UCR )

เสียงฟ้าร้อง -----------------> ไม่ตอบสนอง ( ไม่เต้นดิสโก้ )
( CS ) ( None Response )


ระยะ 2 การวางเงื่อนไข

ฟ้าร้อง + เพลงดิสโก้ -----> เต้นดิสโก้
( CS ) ( UCS ) ( UCR )


ระยะ 3 เกิดการเรียนรู้

ฟ้าร้อง -------------------------> เต้นดิสโก้
( CS ) ( UCR )



ใช่แล้วค่ะ นี่คือทฤษฎี
การเรียนรู้การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก
หรือภาษาปะกิตเรียกว่า Classical Conditioning Theory
ที่คิดขึ้นโดยคุณลุงอีวาน พาฟลอฟ ( Ivan Pavlov )
นักสรีรวิทยาชาวรัสเซีย ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1904 ด้วยนะเออ เก่งซะไม่มี๊
ที่สำคัญวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของลุงพาฟลอฟค่ะ ( 14 กันยายน 1849)




Ivan Petrovich Pavlov
 
Иван Петрович Павлов
September 14, 1849 - February 27, 1936



( แต่ตัวอย่างของลุงพาฟลอฟเป็นการทดลองกับสุนัขโดยการสั่นกระดิ่ง
เวลาให้อาหารนะจ๊ะ ไม่ใช่การให้สุนัขเต้นดิสโก้ตอนฟ้าร้องแต่อย่างใด )
แล้วก็คนที่เอาทฤษฎีการวางเงื่อนไขนี้มาใช้กับมนุษย์
ไม่ใช่ลุงพาฟลอฟแต่เป็นลุงจอห์น บี วัตสัน ( John B Watson)ค่ะ


เมื่อนำสิ่งที่เราเขียนไว้ข้างต้นมาอธิบาย จะแจกแจงได้ดังนี้

1. UCS (Unconditioned Stimulus )------------->สิ่งเร้าที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข

คือ สิ่งเร้าที่สามารถกระตุ้นให้อินทรีย์เกิดการตอบสนองได้โดยอัตโนมัติตามธรรมชาติ
จากการทดลองก็คือเพลงดิสโก้

2. CS (Conditioned Stimulus)--------------------> สิ่งเร้าที่ต้องวางเงื่อนไข

คือ สิ่งเร้าที่เป็นกลาง (Neutral Stimulus) ไม่สามารถกระตุ้นให้อินทรีย์เกิดการตอบสนองโดยอัตโนมัติ
จากการทดลองก็คือ เสียงฟ้าร้อง

3. UCR (Uncondition Response)-------------> การสอบสนองที่ไม่ต้องวางเงื่อนไข

คือ การตอบสนองโดยอัตโนมัติที่เกิดจากการกระตุ้นของ UCS
จากการทดลองก็คือ การเต้นดิสโก้

4. CR (Condition Response)-------------------->การตอบสนองที่ต้องวางเงื่อนไข

เป็นการตอบสนองโดยอัตโนมัติที่เกิดจากการวางเงื่อนไขร่วมระหว่าง CS กับ UCS
จากการทดลองก็คือ การเต้นดิสโก้


สรุปได้ว่า

คุณ Otherside ( นามสมมติ ? ) เป็นคนที่ตามปกติแล้ว

เมื่อได้ยินเพลงดิสโก้จะเต้นดิสโก้ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ในขณะที่ถ้าเกิดฟ้าร้อง Otherside จะอยู่เฉยๆ ( ก็คือไม่เต้นดิสโก้ )

ถ้าหากเราเปิดเพลงดิสโก้ทุกครั้งที่ฟ้าร้อง และทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆไปจนถึงจุดหนึ่ง

Otherside จะเกิดการเรียนรู้ ว่าเพลงดิสโก้จะมาพร้อมกับฟ้าร้องเสมอๆ

เพราะฉะนั้น!!

" ต่อมาเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องOtherside จะเต้นดิสโก้โดยอัตโนมัติ แม้จะไม่เปิดเพลงดิสโก้ก็ตาม "


---------------------------------------------------------------------------------


ว่าแต่ทำไมอยู่ๆถึงมา Happy Birthday ลุงพาฟลอฟน่ะเหรอ ?

เพราะเราเกิดวันเดียวกันกับลุงพาฟลอฟน่ะสิ!!! :D

( ค.ศ. ก็คล้ายๆกันด้วยนะ =[]= ลุงเกิด 1849 เราเกิด 1984 อายุคำนวณเอาเอง! )



พบกัน Blog หน้าค่ะ


---------------------------------------------------------------------------------

Credit :

เนื้อหา ( ส่วนที่เป็นสาระ !!)::
http://elearning.utcc.ac.th/courseonline/210104/Learning01.htm

ภาพ ::
http://en.wikipedia.org/wiki/Ivan_Pavlov

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นการอวยพรวันเกิดให้ตัวเองที่เป็นหลักการมากมายเลยนะฮับ...
งึม... งั้นต้องอัพเกรดงั้นคุณป้าเห็ดรา เป็นคุณหญ้า แทนแล้วนะฮับเนี่ย... เริ่มเข้าใกล้พืชมีดอกเข้าไปอีกระดับนึงแล้วล่ะฮับ
/me DDP ถูกถีบกระเด็นแล้วเขวี้ยงระเบิดตามมาทันใด...

เมื่อครู่เป็นแค่การล้อเล่นนะฮับ...
ตามมารังควาญ สุขสันต์วันเกิดอีกหนนึงฮับผม ขอให้มีความสุขมากๆนะฮับ สำหรับพรประการอื่นๆ เหมือนกับที่อวยพรก่อนหน้านี้+เหมือนกับที่คนต่อๆไปจะมาอวยพรนะฮับ

#1 By DDP on 2006-09-14 03:19

เป็นอะไรที่ดูจะมีสาระ.....แต่ตัวอย่างตลกโคตร ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

แต่ใช้เอาไปสอนได้เข้าใจง่ายเหมือนกันนะ ( แต่เด็กที่เรียนคงขำตายก่อน ก๊ากกกก )

#2 By Jelphyr on 2006-09-14 09:30

สุขสันวันเกิดอีวาน
ไม่ใช่ละ
ต้องสุขสันวันเกิดเจ้าบลอคตะหาก
แปลกดีเกิดวันเดียวกะอีวานแล้วก็เราด้วย

#3 By ม่อนม่อน on 2006-09-14 23:16

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

สมัยนี้ต้องเป็น...
ฟ้าแลบ--->เต้นดิสโก้
พบได้ตามผับ(ฮา)

#4 By W-mira-S on 2006-09-15 00:32

จำได้ลางๆว่าเกี่ยวกับเงื่อนไขอะไรน๊า...

คนเราถ้าเจอกับอะไรตอนแรกจะระวังตัวตามสัญชาตญาณ

แต่พอมันไม่ได้ทำอะไรเรา เราก็เลิกระวังแล้วใช้ชีวิตตามเดิม

ประมาณนี้หล่ะมั้งที่จะได้

#5 By kobamura_hisako on 2006-09-15 19:13

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับ

ทฤษฎีนี้เอาไปประยุกต์อะไรดีน๊า...

ผู้หญิงเห็นดาราแล้วกรี๊ด
ผู้หญิงเห็นเราแล้วเฉยๆ
เราเดินไปกะดารา ผู้หญิงกรี๊ด
เราเดินคนเดียว ผู้หญิงกรี๊ด...รึเปล่า

#6 By Ra-18th Angel on 2006-09-16 01:27

Ivan Petrovich Pavlov ผู้ค้นพบ Classical Conditioning Theory งัยครับ มีพวก CS UCS UCR CR ด้วย

ที่ลุงแกทดลองเป็น ผงเนื้อ(UCS)---> น้ำลายไหล(UCR)
ต่อมาแกให้ผงเนื้อ(UCS)+เสียงกระดิ่ง(CS)

สุดท้าย เสียงกระดิ่ง(CS)--> น้ำลายไหล(CR)

#7 By หนุ่มชุดดำ on 2006-09-16 01:32

สุขสันต์วันเกิดด้วยจ้า(โทษทีน้อ มาช้าไปหน่อย)
เกินวันเดียวกับลุงพาฟลอฟเลยอะโห...มีบุญๆ
ตอนแรกอ่านตัวอย่างแล้วก็ เอ๊ะ คล้ายๆกับที่เราเรียนมา แต่ว่าอันนี้ฮาไปนั่น
ดีค่ะ ตลกดี แล้วก็ทำให้เข้าใจดีด้วย

#8 By เพนจัง on 2006-09-19 13:20

แวะมาโดยไม่HBD เพราะ H หลายที่แล้วจนไม่รู้จะ H อะไรดี

ดีใจด้วยที่เกิดวันเดียวกัน (อีวาน )

ผมจะลองเอาทฤษฎีนี้ไปลองใช้ดูกับ R นะ สมมติว่าผมทักไปที่msn Rจะต้องเต้นดิสโก้ทันทีที่ผมทัก ทุกครั้งที่ผมทักR ต้องเต้น แล้วRก็จะเต้นดิสโก้โดยอัตโนมัติทุกครั้งๆที่ผมทัก เย้

/me โดนฟาดด้วยเทปเพลงดิสโก้

บล็อกเนื้อหาสาระดีก็ดีนะ แต่ผมไม่ชอบเขียนเพราะขี้เกียจเขียน

#9 By Evan Yzac -- The Crow on 2006-09-20 17:25

หวาว .... เยี่ยมครับ

ผมเกิดวันเดียวกับ ซิกมัน ฟรอยด์...

เคยแซวทฤษฎีนี้กับเพื่อน บอกว่า

ครูคนนี้สอนไม่รู้เรื่อง

ถ้าครูคนนี้สอนรู้เรื่องเมื่อไหร่

"ให้อาหารทันที"

ครูจะได้สอนรู้เรื่องบ่อยขึ้น

เป็นทฎษฎีอะไรก็ไม่รู้ ที่ให้นกอยู่ในกรงแล้วถ้ากดปุ่มเขียวจะให้อาหาร...
ผมจำได้เพราะหมาน้ำลายหยดล่ะ...
สั่นกระดิ่งแล้วหมาน้ำลายหก...

ชอบ สนุกดี....

ก็สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังด้วยนะครับ

#12 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-09-20 20:26

พาฟลอฟนี่ ตาคนซาดิสม์ที่ชอบเอาไฟช๊อตหมาก่อนให้กินข้าวสินะ

#13 By AccBLue on 2006-09-20 23:20

คุณ subway

ให้อาหารนกรู้สึกเป็นทฤษฎีของสกินเนอร์ค่ะ

( อ่านแล้วขำมากเรื่องให้อาหารอาจารย์ กร๊าก =[]= )